จัดทำบทความโดย
นาย ปรเมศวร์ ลีลานราภรณ์ เลขทะเบียน 4901208078
เรื่อง สภาพคล่องเงินบาทเริ่มตึงตัวหลังวิกฤติการเงินสหรัฐ
ณรงค์ชัยชี้ วิกฤติสถาบันการเงินสหรัฐ ที่กำลังเกิดขึ้นมีผลกระทบต่อไทยด้านสภาพคล่องเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐหายไป โดยเฉพาะเงินกู้ระหว่างธนาคารหายไปและในตลาดเงิน อัตราดอกเบี้ยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐสูงขึ้น เงินกู้ดอลลาร์สหรัฐระยะยาวก็กำลังจะหายไป
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า วิกฤติสถาบันการเงินสหรัฐ ที่กำลังเกิดขึ้นมีผลกระทบต่อไทยด้านสภาพคล่องเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐหายไป โดยเฉพาะเงินกู้ระหว่างธนาคารหายไปและในตลาดเงิน อัตราดอกเบี้ยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐสูงขึ้น เงินกู้ดอลลาร์สหรัฐระยะยาวก็กำลังจะหายไป นายณรงค์ชัย กล่าวว่า การที่ไทยมีโครงการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งมีแผนที่จะระดมเงินทั้งจากการกู้เงินดอลลาร์สหรัฐและกู้เงินสกุลบาทผสมกัน แต่ขณะนี้ธนาคารที่ตกลงจะปล่อยกู้เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐไม่ปล่อยกู้แล้วจะต้องกู้เป็นสกุลเงินบาท หรือกู้เงินบาทแล้วนำไปซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ
สภาพการณ์เช่นนี้ จะทำให้ความต้องการกู้เงินบาทมีมากขึ้นและขณะนี้เริ่มขึ้นแล้ว จนทำให้สภาพคล่องเงินบาทที่เคยล้นระบบเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดจะทำให้สถาบันการเงินไทยเริ่มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจที่จะกู้เงินไปใช้ในการดำเนินธุรกิจจะยากกว่าเดิม และทำให้เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องเกิดขึ้นตามมา ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นบ้างแต่จะไม่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดมาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐทางการสหรัฐมีนโยบายชัดเจนว่า ต้องการที่จะรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเอาไว้ ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐออกมาต่ำ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นั้น เป็นตัวกำหนดอัตราดอกเบี้ยไลบอร์และอัตราดอกเบี้ยไลบอร์กำหนดอัตราดอกเบี้ยตลาดเงินของโลก
ด้านการส่งออกของไทย นายณรงค์ชัย กล่าวว่า จะได้รับผลกระทบบ้างแต่ไทยได้กระจายตลาดออกไปแล้ว แต่การส่งออกจะไม่ขยายตัวมากอย่างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพราะยังไม่มีผู้ใดทราบว่า มาตรการช่วยเหลือมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลจะเป็นอย่างไร ทราบแต่เพียงว่าจะช่วยไม่ให้สถาบันการเงินปิดลงมากไปกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถาบันการเงินอยู่รอด ซึ่งจากนี้ไปสถาบันการเงินมีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันซื้อทรัพย์สินระหว่างกันมากขึ้น ผู้ถือหุ้นสถาบันการเงินจะหมดตัว อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์สถาบันการเงินในสหรัฐจากปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ยังไม่ทราบว่า จะจบลงเมื่อใด นายณรงค์ชัย กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเงินดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้ ทำให้ในระยะต่อไปจะเกิดตราสารการเงินในสกุลอื่น ๆ เพิ่มขึ้น
จากที่ผ่านมาตราสารการเงินส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นมากตามความต้องการของตลาดและผลพวงจากความไม่มั่นใจในอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้ช่วงระยะข้างหน้า การตกลงการค้าจะหันไปใช้เงินสกุลอื่นแทนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น โดยประเทศในเอเชียจะมีการใช้เงินสกุลเอเชียค้าขายระหว่างกันมากขึ้น จากเดิมที่เคยมีแนวคิดแต่ทำไม่ได้ โดยเงินสกุลที่น่าจะนำมาใช้ค้าขายระหว่างกันได้แก่ เงินสกุลหยวนของจีน เยนญี่ปุ่น และเงินวอนของเกาหลี ซึ่งในอนาคตเอเชียบอนด์น่าจะเกิดขึ้นได้
ที่มา: http://emis.fpo.go.th/txtlstvw.aspx?LstID=bab6d4c1-24a8-421b-a6ff-73f609a9af68
คำถามท้ายเรื่อง
1. วิกฤติการเงินของสหรัฐ ก่อผลกระทบต่อเมืองไทยอย่างไร
2. จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเงินดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้ ในอนาคตจะเกิดผลอย่างไร
3. เงินสกิลที่น่าจะนำมาใช้ค้าขายระหว่างกันได้แก่อะไร
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
3 ความคิดเห็น:
ตอบนะ...
Q : ธปท. ย่อมาจากคำว่าอะไร
A : ธนาคารแห่งประเทศไทย
Q : กนง. ย่อมาจากคำว่าอะไร
A : คณะกรรมการนโยบายการเงิน
Q : สาเหตุที่ธปท. เข้มงวดต่อการพิจารณาการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ คืออะไร
A : เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดดันด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
By อรรถวุฒิ เยาวพัฒน์ 4901208037 k5
Q : ธปท. ย่อมาจากคำว่าอะไร
A : ธนาคารแห่งประเทศไทย
Q : กนง. ย่อมาจากคำว่าอะไร
A : คณะกรรมการนโยบายการเงิน
Q : สาเหตุที่ธปท. เข้มงวดต่อการพิจารณาการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ คืออะไร
A : เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดดันด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
นางสาวกัลยา หาญแก่น
4901208044
แสดงความคิดเห็น