วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เอกชน ห่วงบาทแข็งค่ากระทบส่งออก

จัดทำบทความโดย
นาย ณรงค์ศักดิ์ ตระกูลเงินทอง เลขทะเบียน 4901208058

เรื่อง เอกชน ห่วงบาทแข็งค่ากระทบส่งออก

"ประมนต์" เผยเป็นห่วงบาทแข็งค่า ตั้งทีมศึกษาตัวเลขส่งออก 5 เดือนแรกปีนี้ ขณะที่ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร ทั้งข้าวและอาหารแช่เยือกแข็ง ห่วงค่าเงินบาทแข็งค่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตร ทำให้แข่งขันได้ลำบาก ระบุตัวเลขส่งออกที่สวยหรูเป็นสินค้านำเข้าวัตถุดิบ วอนภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ทางหอการค้าไทยจึงได้จัดทีมเพื่อลงไปศึกษาตัวเลขภาคการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ว่าผิดปกติหรือไม่ เพราะสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งขึ้น แต่ภาคการส่งออกกลับเติบโตสูงมาก เป็นการสวนทางกับทิศทางค่าเงินบาท คาดว่าทีมศึกษาเรื่องดังกล่าวจะหาข้อสรุปได้แล้วเสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และใช้เป็นข้อมูลรายงานให้ภาครัฐรับทราบต่อไป

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ กล่าวว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง และอยู่ในระดับ 39-40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นผลดีต่อการส่งออกและการลงทุนของไทย แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป และมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้กระทบต่อภาคการส่งออก

แม้สถิติการส่งออกจะสูงขึ้น แต่สินค้าในประเทศไม่ได้ปรับขึ้น แต่เป็นราคาตกต่ำลง เช่น การส่งออกข้าว แม้ไทยจะส่งออกได้ถึง 7.4 ล้านตัน ในปีที่แล้ว แต่เสียเปรียบคู่แข่งอย่างเวียดนาม ที่มีการปรับวิธีการปลูก ทำให้แม้ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยจะสูงขึ้น แต่เทียบเป็นเงินบาทลดลง และขณะนี้ผู้ส่งออกข้าวกังวลกับทิศทางค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง น่าเป็นห่วงสำหรับการส่งออกภาคการเกษตรที่ใช้วัตถุดิบในประเทศมากกว่า 80% และไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลให้ค่าเงินบาทอย่าให้แข็งค่ามากเกินไป โดยให้สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไม่ให้เสียเปรียบในการแข่งขัน รวมถึงภาครัฐควรจะช่วยผู้ประกอบการดูแลในเรื่องอัตราดอกเบี้ย เพื่อลดภาระต้นทุน

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนเป็นห่วงค่าเงินบาทแข็งค่า แม้ภาครัฐจะพอใจกับตัวเลขการส่งออก แต่ข้อเท็จจริง กลุ่มสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงขึ้น เป็นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และนำมาผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่มาก แต่สินค้าที่เป็นวัตถุดิบในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง ข้าว มันสำปะหลัง และอื่นๆ ที่ใช้วัตถุดิบในประเทศมากกว่า 80% หากเงินบาทแข็งค่าเช่นนี้ จะขายสินค้าได้น้อยลง

ภาคการส่งออกจะแข่งขันได้ยาก เพราะสินค้าที่ได้รับผลกระทบจะอยู่ในกลุ่มภาคการเกษตร อาหาร ไทยเป็นผู้ผลิตภาคการเกษตรและอาหารค่อนข้างมาก และเป็นระดับรากแก้ว จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเกินไป รวมถึงหาแนวทางสนับสนุนเพื่อให้ผู้ประกอบการไม่ได้รับผลกระทบทำให้ต้นทุนสูงเกินไป

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/2006/special/baht_2/pdf/14070250.html

คำถามท้ายเรื่อง

1. ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องอยู่ในช่วงระดับกี่บาทถึงกี่บาทต่อเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

2. เพราะเหตุใด ภาคเอกชนถึงเป็นห่วงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

3. เพราะเหตุใด ในปัจจุบันภาคการส่งออกจะแข่งขันได้ยาก

4 ความคิดเห็น:

utccba205g32 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
utccba205g32 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
utccba205g32 กล่าวว่า...

1. ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องอยู่ในช่วงระดับกี่บาทถึงกี่บาทต่อเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

ตอบ อยู่ในระดับ 39-40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ


2. เพราะเหตุใด ภาคเอกชนถึงเป็นห่วงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

ตอบ เพราะกลุ่มสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงขึ้น เป็นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และนำมาผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่มาก แต่สินค้าที่เป็นวัตถุดิบในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง ข้าว มันสำปะหลัง และอื่นๆ ที่ใช้วัตถุดิบในประเทศมากกว่า 80% หากเงินบาทแข็งค่าเช่นนี้ จะขายสินค้าได้น้อยลง


3. เพราะเหตุใด ในปัจจุบันภาคการส่งออกจะแข่งขันได้ยาก

ตอบ เพราะสินค้าที่อยู่ในกลุ่มภาคการเกษตร อาหาร ไทยเป็นผู้ผลิตภาคการเกษตรและอาหารค่อนข้างมาก ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เข้ามาดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเกินไป

นาย โยธิน จรัสพิกุลทิพย์ 4901208081 k5

utccba205g32 กล่าวว่า...

1 ตอบ อยู่ในระดับ 39-40 บาท

2. ตอบ เพราะกลุ่มสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงขึ้น เป็นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และนำมาผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่มาก แต่สินค้าที่เป็นวัตถุดิบในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง ข้าว มันสำปะหลัง และอื่นๆ ที่ใช้วัตถุดิบในประเทศมากกว่า 80% หากเงินบาทแข็งค่าเช่นนี้ จะขายสินค้าได้น้อยลง


3.ตอบ เพราะสินค้าที่อยู่ในกลุ่มภาคการเกษตร อาหาร ไทยเป็นผู้ผลิตภาคการเกษตรและอาหารค่อนข้างมาก ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เข้ามาดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเกินไป

นาย สราวุฒิ อังคศุภรกุล 4901208102 K5